วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

กระเทียมไทย สมุนไพรมหัศจรรย์


                      สมุนไพรที่จะต้องมีทุกบ้านและขาดไม่ได้สำหรับเมนูอาหารไทย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด ต้มยำ ยำ และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำพริกประเภทต่างๆ รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของอาหารในเกือบทุกประเทศทั่วโลก สมุนไพรนี้คือ กระเทียม นั่นเอง นอกจากกระเทียมจะช่วยทำให้อาหารมีรสชาติที่หอมอร่อยขึ้นแล้ว ยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสรรพคุณทางยามากมายอีกด้วย
กระเทียมมีกลิ่นได้อย่างไร ? เดิมทีกระเทียมไม่มีกลิ่นฉุน แต่ในเนื้อกระเทียมมีสารเคมีที่ชื่อว่า อัลลิอิน (Alliin) อยู่ในปริมาณมาก เมื่อกระเทียมถูกตัดหรือทำให้เกิดรอยช้ำ สารเคมีกับเอนไซม์ในกลีบกระเทียมจะทำปฏิกิริยากันเปลี่ยนสารอัลลิอินให้กลายเป็น สารอัลลิซิน ซึ่งก่อให้เกิดกลิ่น เฉพาะตัว

คุณค่าทางโภชนาการและสารอาหาร ในกระเทียม 100 กรัม ให้พลังงาน 149 กิโลแคลอรี (kcal) ให้คุณค่าทางอาหารหลัก ดังนี้ คาร์โบไฮเดรต 33.1 กรัม โปรตีน 6.4 กรัม ไขมัน 0.5 กรัม ให้วิตามินซี 31.2 กรัม นอกจากนี้ในกระเทียมยังมีไฟโตนิวเทรียนท์หลายชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารอัลลิซิน เป็นสารที่ให้กลิ่นเฉพาะตัวของกระเทียม

คุณสมบัติและคุณประโยชน์ เนื่องจากปัจจุบันมีโรคเรื้อรังเกิดขึ้นมากมาย และผู้เขียนอยากให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรับประทานกระเทียมเพื่อป้องกันและลดการการเกิดโรคเรื้อรัง 3 โรคได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและโรคไขมันในเลือดสูง
  • คุณประโยชน์ของกระเทียมกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน : กระเทียมในรูปแบบน้ำมัน ผงแห้ง หรือกระเทียมสด มีผลต่อ การลดของระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด เนื่องจากสาร เอส-อัลลิล-แอล-ซิสเทอีน ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน อินซูลิน จากตับอ่อนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้ดียิ่งขึ้น 

  • คุณประโยชน์ของกระเทียมช่วยลดความดันโลหิต : งานวิจัยหลายงานวิจัยพบว่า  เมื่อให้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรับประทานกระเทียมทั้งรูปแบบผงและน้ำมันกระเทียม ปริมาณ 600-2,400 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างน้อย 12 สัปดาห์ พบว่าความดันโลหิตลดลงเมื่อเทียบกับผู้มีความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับประทานกระเทียม

  •  คุณประโยชน์ของกระเทียม ช่วยลดระดับไขมันในเลือด : จากการรวบรวมงานวิจัยพบว่า หากรับประทานกระเทียมติดต่อกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ จะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด แต่ในขณะเดียวกันการเพิ่มประสิทธิภาพในการลดระดับโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ นอกจากการรับประทานกระเทียมแล้ว จะต้องร่วมกับการออกกำลังกายและควบคุมอาหารไปด้วย



 
ปริมาณที่เหมาะสมต่อวันในการรับประทานกระเทียม : จากงานวิจัยผู้เชี่ยวชาญ แนะนำให้นำ ผู้ใหญ่บริโภค กระเทียมสด 4 กรัมต่อวัน หรือ รับประทานกระเทียมผงประมาณ 300  มิลลิกรัม รับประทาน 2-3 ครั้งต่อวัน  
ข้อควรระวังในการรับประทานกระเทียม : เมื่อรับประทานกระเทียมอาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น มีลมหายใจและกลิ่นตัวเหม็น การรับประทานกระเทียมปริมาณมากในขณะท้องว่างอาจทำให้แสบกระเพาะอาหาร คลื่นไส้และท้องอืดได้  และรับประทานกระเทียมในปริมาณมาก ติดต่อกันนานเกิน 10 วัน อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เลือดแข็งตัวได้ช้าไม่ควรรับประทานขณะได้รับยาที่ทำให้เลือดแข็งตัว

       จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นทำให้ทราบว่ากระเทียมมีประโยชน์มากมาย นอกจากกระเทียมทำให้อาหารมีรสชาติหอมอร่อยขึ้นแล้ว กระเทียมยังช่วยในการลดหรือป้องกันโรคเรื้อรังต่าๆ ได้ด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง แต่การรับประทานกระเทียมก็มีข้อพึงระวังและอาการที่ไม่พึงประสงค์ จึงควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมอย่างอย่างถูกวิธี






                                                     

  รูปภาพ : www.pikul2.blogspot.com, www.health.heal.in.th